นวัตกรรมรถยนต์สุดแสนล้ำที่หลายคนต้องมี

นวัตกรรมรถยนต์สุดแสนล้ำที่หลายคนต้องมี

   ทุกวันนี้นั้นนวัตกรรมรถยนต์ก็ถือมีความก้าวหน้าก้าวไกลกันเป็นอย่างมากเลยนะครับ โดยทุกวันนี้รถยนต์ต่างๆ นั้นไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ โตโยต้า อีซูซุ หรืออะไรก็แล้วแต่ก็มีเทคโนโลยีที่ดีเป็นอย่างมากที่จะทำให้การใช้งานรถยนต์นั้นสามารถที่จะสะดวกและรวดเร็วกันเป็นอย่างมานั่นเอง ซึ่งการพัฒนาสิ่งต่างๆ นั้นหรือการสร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆ ก็มีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลาจริงๆ นับได้ว่าทำให้รถยนต์ในทุกวันนี้นั้นก็มีเทคโนโลยีต่างๆ ที่ก้าวหน้าและก้าวไกลกันเป็นอย่างมากอีกด้วย แถมใครที่อยากจะออกรถนั้นหลายๆ ยี่ห้อก็ได้มีการจัดโปรโมชั่นต่าๆ ที่จะมอบให้กับลูกค้ากันเยอะจริงๆ นั่นเอง

   เทคโนโลยียานยนต์นั้นก็ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรถยนต์ไปเป็นอย่างมากเลยนะครับ โดยทุกวันนี้นั้นก็จะเน้นไปที่ความสะดวกสบาย ความปลอดภัยของผู้ใช้กันเป็นหลักนะครับ โดยสิ่งที่เราเห็นทุกวันนี้นั้นก็มักจะมีรถยนต์ที่สามารถขับได้เองอัตโนมัติแล้วนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นการที่มีการพัฒนาสิ่งต่างๆ นั้นก็ถือเป็นสิ่งที่ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับเพราะจะทำให้การเดินทางของเรานั้นสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เอาเป็นว่าเรามาดูกันนะครับว่าทุกวันนี้รถยนต์ก็ได้มีการพัฒนาอะไรกันไปบ้างแล้วผมเชื่อเลยว่าจะตอบโจทย์ต่อผู้ใช้รถยนต์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วยนั่นเอง

นวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำที่ทำให้ทุกคนตื่นตาตื่นใจ

   เกียร์อัตโนมัตินั้นซึ่งทุกวันนี้นั้นหลายๆ แบรนด์ดังก็เริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นเกียร์ลักษณะนี้กันแทบทั้งหมดแล้วนะครับเพราะมันทำให้เทคโนโลยียานยนต์การขับขี่ต่างๆ นั้นสามารถที่จะขับกันได้อย่างรวดเร็วและสบายขึ้นกันเป็นอย่างมากนั่นเอง เท่านั้นยังไม่พอนะครับแถมยังมีปุ่มเปลี่ยนเกียร์แบบออโต้อีกด้วย ซึ่งจะทำให้การเข้าเกียร์ของเรานั้นมีความสะดวกและรวดเร็วเป็นอย่างมากทำให้การขับขี่ต่างๆ นั้นก็เป็นไปได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้นั้นเทคโนโลยีไฮบริดในรถยนต์นั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะมันช่วยประหยัดน้ำมันกันเป็นอย่างมากทำให้การเดินทางต่างๆ นั้นทำให้ทุกคนมั่นใจได้เลยว่าจะมีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นทุกวันนี้ก็อย่างที่พูดไปว่า รถยนต์ ส่วนใหญ่นั้นก็ได้มีการพัฒนากันเป็นไปอย่างเยอะมากแล้วนะครับ โดยจะเห็นได้จากรถยนต์รุ่นใหม่นั้นก็จะมีเทคโนโลยีที่จะเป็นอัตโนมัติแทบทั้งหมด ทำให้การเดินทางของเรานั้นสามารถที่จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เอาเป็นว่าถ้าใครจะซื้อรถยนต์ตอนนี้ก็ควรที่จะเช็คให้ดีๆ นะครับว่ารุ่นที่เราเลือกนั้นมันเหมาะสมกับการใช้งานจริงๆ หรือเปล่านั่นเอง 

 

TOYOTA CHR 2018 รถ Cross Over จากค่าย TOYOTA

TOYOTA CHR 2018 รถ Cross Over จากค่าย TOYOTA

   เมื่อไม่นานมานี้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง TOYOTA ได้ทำการเปิดตัวรถยนต์ TOYOTA CHR 2018 – โตโยต้า ซีเอชอาร์ ซึ่งเป็นรถยนต์ Cross Over รุ่นใหม่ล่าสุดดีไซน์สวยเก๋ ได้รับกระแสตอบรับจากผู้ขับขี่อย่างดีเยี่ยมด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัย สวยโฉบเฉี่ยว ซึ่งความพิเศษของเจ้า TOYOTA CHR นี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี HYBRID ที่มีการขยายเวลารับประกันนานขึ้นนั่นเอง ล่าสุดได้มีการเปิดราคาของ TOYOTA CHR 2018 มาเรียบร้อยแล้ว โดยเริ่มต้นที่ราคา 979,000 บาท ไปจนถึงตัว Top ที่ราคา 1,159,000 บาทกันเลยทีเดียว

สำหรับ TOYOTA CHR 2018 มีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

1. TOYOTA CHR 2018 HV HI (Top)

2. TOYOTA CHR 2018 HV MID

3. TOYOTA CHR 2018 1.8 MID

4. TOYOTA CHR 2018 1.8 Entry สีต่างๆของ TOYOTA CHR 2018 แต่ละรุ่นนั้นจะเป็นสีเดียวกัน ยกเว้นบางสีที่จะมีเฉพารุ่นไฮบริดเท่านั้น

ซึ่งสีต่างๆของรถยนต์ TOYOTA CHR 2018 ได้แก่

- ATTITUDE BLACK MICA (ทุกรุ่น)

- BLUE METALLIC / BLACK ROOF (เฉพาะรุ่นไฮบริด)

- TOYOTA CHR 2018

– METAL STREAM METALLIC (ทุกรุ่น)

- PREMIUM RED / BLACK ROOF (เฉพาะรุ่นไฮบริด)

- WHITE PEARL CRYSTAL (ทุกรุ่น)

- RADIANT GREEN METALLIC / BLACK ROOF (เฉพาะรุ่นไฮบริด)

  สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกของโตโยต้าซีเอชอาร์นั้นได้มีการออกแบบให้มีเหลี่ยมมุมในรูปแบบของเพชร ผสมผสานกับการเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้รถดูโด่ดเด่นสดุดตา ภายในมีการออกแบบทันสมัย มีการดีไซน์ให้ตัวรถนั้นลดจุดอับสายตาลง มีจอ Multimedia อยู่ตรงกลาง ที่พักแขนข้างประตูถูกบุนิ่ม ให้ดูมีความพรีเมียม เกียร์พร้อมหัวเกียร์สไตล์ใหม่ ดูสปอร์ตขึ้น เบรก P ที่ใช้ปุ่มแทน ไม่ได้เป็น Analog ทางด้านพวงมาลัยก็ถูกดีไซน์ออกมาให้สปอร์ตเข้ากับเกียร์ได้อย่างลงตัว เครื่องยนต์ของโตโยต้าซีเอชอาร์นั้นจะมีให้เลือก 2 แบบด้วยกัน คือ เครื่องยนต์ HYBRID กับรุ่น HV MID และ HV HD รองรับการใช้น้ำมันพลังงานทางเลือกสูงสุด E20 98 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาทีพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT และ เครื่องยนต์ธรรมดา 1.8 ลิตร กับรุ่น 1.8 Entry และ 1.8 MID รองรับการใช้น้ำมันพลังงานทางเลือกสูงสุด E85 140 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT นอกจากนี้ TOYOTA CHR ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี TOYOTA Safety Sense มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกกับ 4 ฟังก์ชั่น แต่ทั้งหมดนั้นจะมาแต่ในเฉพาะตัว HYBRID HI เท่านั้น ซึ่งมาตรฐานที่ว่านี้ก็ได้แก่ - PRE-COLLISION SYSTEM ระบบความปลอดภัยก่อนการชน - LANE DEPARTURE ALERT WITH STEERING ASSIST ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ - DYNAMIC RADAR CRUISE CONTROL ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ ควบคุมความเร็วให้คงที่ พร้อมตรวจจับวัตถุหน้ารถ - AUTOMATIC HIGH BEAMS ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ สามารถปรับไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติ เมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทางมาข้างหน้า พร้อมระบบเปิดไฟอัตโนมัติเมื่อขับขี่ในที่มืด

3 สุดยอดรถยนต์สุดหรูในฝันของหลายคนกับสมรรถนะที่สมราคา

Porsche 911 GT3 RS

   ต้องขอบอกก่อนเลยว่านี่คือสุดยอดรถที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2018 นี้ที่เป็นรถหรูที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2018 นี้ โดยหากใครได้เห็นแล้วคงที่อยากจะเป็นเจ้าของกันอย่างแน่นอน เพราะนอกจากความหรูหราแล้วสิ่งทีเป็นจุดเด่นของรถแต่ละรุ่นที่ขนมาแข่งกันนั้นก็คือสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมจนต้องร้องว้าวกันเลยทีเดียว

ไปดูกันเลยว่า 3 อันดับรถหรูที่เรานำมาฝากกันจะมีความหรูหราเหมาะกับการเป็นรถในฝันของหลายๆคนหรือไม่

1. ปอร์เช่ 911 จีที 3 อาร์เอส - Porsche 911 GT3 RS เจ้าปอร์เช่รุ่นนี้เผยโฉมครั้งแรกในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ โดยเรียกเสียงฮือฮาและการจับตามองจากนักซิ่งได้ทันทีเพราะเป็นรถยนต์ที่เหล่าวิศวกร แผนกมอเตอร์สปอร์ตของปอร์เช่ วางเป้าหมายให้เจ้ารถยนต์คันนี้เป็นเจ้าสนามความเร็วนั่นเอง ด้วยโครงสร้างตัวถังและระบบช่วงล่างสไตล์รถแข่งความเร็วสูง พละกำลังสูงสุดกว่า 520 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ PDK มีระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear axle steering เพื่อเพิ่มการขับแบบดุดัน มีโครงสร้างน้ำหนักเบาเพราะเน้นการลดน้ำหนักรวมของตัวรถให้น้อยที่สุด ภายในประกอบไปด้วยเบาะนั่ง full bucket seats ที่ผลิตจากวัสดุคาร์บอนที่เน้นความปลอดภัยและประสิทธิภาพการขับขี่ โดยในห้องโดยสารจะเน้นการคัดสรรอุปกรณ์ภายในเพื่อขจัดน้ำหนักส่วนเกินให้มากได้ที่สุดเพื่อให้รถมีหน้ำหนักเบาแต่คงไว้ซึ่งความปลอดภัยนั่นเอง

2. แอสตัน มาร์ติน ดีบี11 วี8 - Aston Martin DB11 V8 หากใครที่เป็นสาวกของหนังสายลับภาคต่อสุดมันส์อย่างเจมส์บอนด์ภาคล่าสุดก็คงจะจำรถยนต์สปอร์ตคันหรูของเจมส์บอนด์ที่ใช้ในการปฎิบัติภารกิจกันได้ดี ซึ่งรถยนต์ที่ใช้ในการแสดงนั้นเป็นรถยนต์ แอสตัน มาร์ติน ดีบี10 ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตเพื่อใช้ในภาพยนตร์เท่านั้น โดยรถยนต์รุ่นดังกล่าวเป็นที่มาของ แอสตัน มาร์ติน ดีบี11 วี8 นั่นเอง ซึ่ง แอสตัน มาร์ติน ดีบี11 วี8 เป็นรถสปอร์ตทรง GT ใช้เครื่องยนต์ 4.0 ลิตร V8 ให้กำลังสูงสุด 503 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 4.0 วินาที และสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายในที่เน้นให้ความรู้สึกอบอุ่น หรูหรา จอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 8 นิ้วควบคุมด้วยทัชแพด (touchpad) ระบบสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหว (gesture control) มีที่เก็บสัมภาระท้ายรถกว้างพอสำหรับกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ เรียกได้ว่าเป็นรถสปอร์ตที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

3. โรลส์-รอยซ์ นิว แฟนธอม - Rolls-Royce New Phantom โรลส์-รอยซ์ ถือได้ว่าเป็นรถยนต์สุดหรูตลอดกาลที่อยู่ในฝันของหลายๆคน เพราะเป็นรถหรูที่นอกจากจะมีความสุดยอดในทุกๆด้านแล้ว ยังมีความหรู โดดเด่น เป็นของตัวเองอีกด้วย ซึ่งโรลส์-รอยซ์ แฟนธอม เป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโรลส์-รอยซ์ มาอย่างยาวนานแล้ว ล่าสุด โรลส์-รอยซ์ นิว แฟนธอม - Rolls-Royce New Phantom ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่นั้นก็ได้มีการพัฒนาไปอย่างมากทั้งดีไซน์ที่มีความร่วมสมัยมากขึ้น โครงรถยนต์แบบ Spaceframe อลูมิเนียมรูปแบบใหม่ ที่นำมาใช้เป็นรุ่นแรก ซึ่งมีน้ำหนักเบา แข็งแรง เงียบ และช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวลยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในที่เน้นความหรูหราและสะดวกสบายฉบับโรลส์-รอยซ์ สำหรับ Rolls-Royce New Phantom ยังคงใช้เครื่องยนต์ V12 แต่มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ให้กำลังสูงสุด 563 แรงม้า สามารถวิ่งได้เงียบแม้ในระดับความเร็วต่ำ มีการติดตั้งระบบส่งกำลังแบบ Satellite Aided Transmission (SAT) เพิ่มเติมซึ่งทำงานผสานกับกระปุกเกียร์รุ่น ZF 8 สปีด ระบบกันสะเทือนแบบอากาศที่ปรับระดับได้เองรุ่นใหม่ล่าสุด เหมาะสมกับนิยามของ Rolls-Royce New Phantom เป็นการขับขี่ที่นุ่มนวลราวกับพรมวิเศษ

โตโยต้าโชว์นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

C-HR Concept

   เมื่อพูดถึงรถยนต์ในทุกวันนี้นั้น ผมเชื่อว่าทุกบ้านก็จะมีรถยนต์ส่วนตัวกันอย่างแน่นอน โดยทุกวันนี้นั้น เทคโนโลยียานยนต์ ต่างๆ ก็ได้มีการพัฒนาให้รถยนต์นั้นสามารถที่จะทำงานได้มากมายหลากหลายรูปแบบด้วยกัน โดยรถยนต์แต่ละรุ่นนั้นก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน ซึ่งแน่นอน โตโยต้า นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งแบนด์ที่ถือได้ว่าติดอันดับโลกไปแล้วแน่นอนก็ได้มีการพัฒนารถยนต์ในแต่ละแบบแต่ละรุ่นนั้นออกมาให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ก็เลยทำให้ทุกวันนี้ก็ได้กลายเป็นแบนด์ที่มียอดขายที่เยอะที่สุดในโลกอีกด้วย

   ดังนั้นการเลือกซื้อรถยนต์นั้นก็ควรที่จะเลือกซื้อให้ดีนะครับ เพราะแต่ละรุ่นก็อย่างที่บอกฟังก์ชั่นและการใช้งานต่างๆ ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป โตโยต้า นั้นก็ได้ออกเทคโนโลยี C-HR Concept ที่ทำให้ทุกคนที่ได้เห็นนั้นก็ได้สัมผัสกับการขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อนในรูปแบบ Full Hybrib ซึ่งแน่นอนเป็นยานตกรรมที่ได้ผสมผสานระหว่าง รถยนต์ ประเภ B-SUV และ C-SUV มาพร้อมกับดีไซน์รูปทรงสี่เหลี่ยมเพชร ซึ่งใครที่เห็นรุ่นนี้นั้นแน่นอนก็จะพบกับนวัตกรรมที่เหนือล้ำกว่ารุ่นอื่นอีกด้วย นอกจากนี้การที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ Full Hybrid นั้นก็ทำให้เห็นว่าทางแบนด์ของเราสามารถที่จะผลิตรถยนต์ที่มี เทคโนโลยียานยนต์ ที่ทันสมัยได้นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นการออกแบบที่ลงตัวนั้นก็ทำให้มีการผสมผสานความอเนกประสงค์ต่างๆ ของรถเข้าเอาไว้ด้วยกันทำให้สามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและสร้างประสบการณ์ในการขับยี่ที่เหมาะสมกับในโลกของอนาคตอีกด้วยนั่นเอง

   ทางโตโยต้าก็ยังมี รถกระบะ ที่ถือเป็นรุ่นที่พิเศษเป็นอย่างมาก ทำให้เราสามารถที่จะสัมผัสและเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นพิเศษ TRD Series ถือเป็นสุดยอด รถกระบะ ที่ผมชื่อว่าหลายๆ คนนั้นก็ได้รอคอยกันเป็นอย่างมากเลยะครับ เพราะ Hilux REVO TRD SportTivo นั้นก็เป็นรถยนต์ที่ได้ออกแบบมาทำให้มีความสปอร์ตเหมาะกับคุณผู้ชายวัยรุ่นอย่างเราเป็นอย่างมาก โดยการออกแบบในครั้งนี้นั้นก็มาพร้อมกับล้ออัลลอย 17 นิ้วและภายในตัวรถยนต์นั้นก็ตบแต่งด้วย ลายคาร์บอน เคฟล่าร์ ที่มาพร้อมกับการดีไซน์ที่สวยงามนอกจากนี้ช่วงล่างของ Hilux REVO TRD SportTivo ก็ยังสามารถที่จะเกาะถนนได้ดีเยี่ยม ลงตัวทั้งความแข็งแร่งและความนุ่มนวล ผมเชื่อเลยว่าคนที่ได้ซื้อรุ่นนี้ไปนั้นก็จะทำให้หลงรักกันเป็นอย่างมากนั่นเอง แถมรับประกันได้เลยว่าการผลิตต่างๆ นั้นก็ได้รับมาตรฐานในระดับโลกอีกด้วย

   ถ้าหากใครที่สนใจอยากจะเป็นเจ้าของนั้นก็สามารถที่จะไปที่โชว์รูมกันได้เลยนะครับ รับรองเลยว่าโตโยต้าก็จะมีพนักงานมาให้บริการลูกค้ากันอย่างเต็มที่และจริงใจกันอีกด้วย แถมราคาของรถโตโยต้าในทุกวันนี้นั้นก็มีราคาที่ไม่แพง ทำให้ลูกค้านั้นสามารถที่จะเข้ามาเป็นเจ้าของได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เอาเป็นว่าในทุกวันนี้นั้นโตโยต้าก็ได้พร้อมที่จะพัฒนารถยนต์ต่างๆ ทุกรุ่นที่มีอยู่นั้นให้สามารถที่จะตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด และแน่นอนก็ยังจะสามารถที่จะครองเป็นอันดับหนึ่งของโลกอีกต่อไปนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นถ้าหากใครอยากจะได้รถยนต์ที่มีนวัตกรรมที่หรูหรา มีความทันสมัยนั้นก็ลองมาดูได้ที่ โตโยต้าทุกแห่งทั่วประเทศได้เลยนะครับ แล้วรับรองเลยว่าใครที่เข้ามาดูนั้นก็จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนนั่นเอง แถมงานนี้โตโยต้าก็ยังการันตีอีกด้วยว่าเป็นรถยนต์ที่ดีที่สุด ที่ทำให้ทุกคนไม่ผิดหวังนั่นเอง

เทคโนโลยีล่าสุดของรถยนต์

Volvo Pilot Assist system

   นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีนั้นถือเป็นสิ่งที่อยู่กับมนุษย์อย่างเรามาเป็นระยะเวลายาวนานมากเลยนะครับ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานั้นเทคโนโลยีต่างๆ ก็ได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการสื่อสาร เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และที่สำคัญ เทคโนโลยีของรถยนต์นั้นก็ได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมากนั่นเอง โดยทุกวันนี้นั้นก็อย่างที่บอกก็มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้รถยนต์ทุกวันนี้นั้นก็ได้มีนวัตกรรมต่างๆที่ออกมาทำให้มนุษย์อย่างเราต้องทึ่งกันเป็นอย่างมากนั่นเอง นอกจากนี้นวัตกรรมของรถยนต์ที่ออกมาแต่ละอย่างนั้นรับรองเลยว่าจะทำให้ผู้ที่ใช้รถยนต์นั้นได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยกันมากขึ้นนะครับ

   ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันนะครับว่าเทคโนโลยีต่างๆ ที่ได้ออกมานั้นมันมีอะไรบ้างนั่นเอง ระบบความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ แน่นอนเทคโนโลยีถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับมนุษย์เป็นอย่างมากเลยนะครับ โดยเฉพาะระบบความปลอดภัยในการขับขี่นั้น ซึ่งก็ไม่มีใครคนไหนอยากจะให้เกิดอุบัติเหตุนัก ซึ่งในทุกวันนี้นั้นระบบความปลอดภัยต่างๆ ของรถยนต์ก็มีการพัฒนาไปเยอะมากเลยนะครับทำให้ผู้ที่ใช้รถนั้นได้รับความปลอดภัยสูงสุด แถมอุบัติเหตุบนท้องถนนก็ลดน้อยลงอีกด้วยนั่นเอง และในทุกวันนี้นั้นถ้าหากรถของคุณกำลังจะชนรถข้างหน้าก็มีนวัตกรรมหยุดรถเองอีกด้วยเรียกได้ว่าเซฟผู้ขับขี่กันอย่างสุดๆ นั่นเอง กุญแจรถที่ไม่ธรรมดาอีกต่อไป แน่นอนทุกวันนี้นั้นกุญแจรถยนต์นั้นก็ถือมีนวัตกรรมออกมากันอย่างต่อเนื่องเลยนะครับซึ่งทุกวันนี้นั้นกุญแจทั่วไปนั้นก็สามารถที่จะเป็นรีโมตในการเลื่อนรถจอดเองได้อีกด้วย ซึ่งก็เกิดขึ้นแล้วในรถรุ่น BMW Series 7 ตัวใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกเลยก็ว่าได้นะครับที่ได้นำรีโมทนั้นมาเป็นตัวสั่งการในการให้รถที่จอดอยู่นั้นสามารถที่จะเลื่อนเข้าจอดเข้าที่ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง ระบบขับรถอัตโนมัติ

   แน่นอนทุกวันนี้นั้นระบบต่างของรถยนต์นั้นก็แทบจะไม่ต้องขับเองก็ได้แล้ว เพราะทุกวันนี้แค่นั่งเฉยๆ รถยนต์ของเราก็สามารถที่จะขับเองได้แล้ว ซึ่งบางรุ่นนั้นก็ได้มีระบบขับรถอัตโนมัติที่มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวยนั้นก็หาได้ในรถรุ่น Volvo Pilot Assist system เป็นต้นนับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่หลายๆ คนก็ชื่นชอบและใฝ่ฝันกันมาอย่างยาวนานนั่นเอง เอาเป็นว่าจากนวัตกรรมที่กล่าวมานั้นก็จะเห็นได้ชัดเลยนะครับว่าเทคโนโลยีต่างๆ ก็มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมากเลยนะครับ ซึ่งทุกวันนี้นั้นไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์เท่านั้นนะครับไม่ว่าจะเป็นอะไรกห็ตามแต่การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามานั้นก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ทำให้ชีวิตของมนุษย์นั้นก็สบายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

รถยนต์ไฟฟ้า อนาคตยานยนต์ยุคใหม่ ไร้น้ำมัน

รถยนต์ไฟฟ้า

   ในยุคที่น้ำมันกำลังจะขาดแคลนและพลังงานทดแทนเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ เราก็ได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและสอกคล้องกับโลกแห่งอนาคตที่กำลังจะมาถึง รถยนต์ไฟฟ้า นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมรุ่นใหม่ที่หลายๆค่ายรถยนต์ให้ความสนใจ และทำการพัฒนาให้รถยนต์ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพทัดเทียมกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนธรรมดา ความท้าทายของการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้านี้นอกจากประสิทธิภาพที่จะต้องมีที่ไม่ด้อยไปกว่ารถยนต์ธรรมดาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควารจะคำนึงถึงก็คือความปลอดภัย และระยะทางในการวิ่งต่อการชาร์แบตเตอรี่หนึ่งครั้งนั่นเอง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลายบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ได้พยายามพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

   ซึ่งเราก็ได้เห็นบางค่ายที่ได้นำโมเดลมานำเสนอในงานโชว์รถยนต์ที่จัดขึ้นในที่ต่างๆที่ผ่านมา และหลายบริษัทก็สามารถนำออกมาวางจะหน่ายได้จริงแล้ว เรามาดูกันว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่วางจะหน่ายกันในท้องตลาดมีรุ่นไหนที่น่าสนใจกันบ้าง เผื่อหากคุณเบื่อรถยนต์ที่ต้องให้น้ำมัน อยากหันมาใช้พลังงานสะอาดจะได้เป็นตัวช่วยในการเลือกใช้คุณได้ รุ่นแรกที่เราจะนำมาแนะนำกันในวันนี้คือรถยนต์ไฟฟ้าอีกหนึ่งค่ายยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น นั่นก็คือรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท Nissan รุ่น Nissan Leaf 2018 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2017 นี่เอง ด้วยแนวคิดของการขับเคลื่อนอัจฉริยะ Nissan Intelligent Mobility ซึ่งถือได้เป็นแนวคิดหลักของนิสสันแห่งอนาคต สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 400 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน JC08 ของญี่ปุ่น) ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e-powertrain) ให้กำลัง 110 กิโลวัตต์ พร้อมแรงบิด 320 นิว เวลาในการชาร์จ (การชาร์จแบบปกติ) 16 ชั่วโมง (3 กิโลวัตต์) 8 ชั่วโมง (6 กิโลวัตต์) เวลาในการชาร์จ จากระดับแจ้งเตือนถึง 80 เปอร์เซ็นต์ (การชาร์จแบบเร็ว) ซึ่ง Nissan Leaf ใหม่ได้วางจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมในประเทศญี่ปุ่น และเพิ่งส่งมอบช่วงเดือนมกราคม 2561 ให้กับสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป โดยมีราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น เริ่มต้นที่ราคา 3,150,360 เยน หรือประมาณ 959,000 บาท รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจอีกหนึ่งรุ่นเพิ่งเปิดตัวไปในงานบางกอก อินเตอร์-เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ที่ขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆ เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ออกแบบและพัฒนาโดยฝีมือของคนไทย นั่นก็คือ MINE Mobility รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบจากบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ Energy Absolute (EA)

   โดยมี 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น City EV Concept รุ่น Sport EV Concept และรุ่น MPV EV- Concept โดยรถรุ่น City EV Concept และรุ่น MPV EV- Concept คาดว่าจะมีราคาไม่เกิน 6 แสนบาท และ 1 ล้านบาทตามลำดับ ถึงแม้ราคาจะไม่ต่างจากรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันทั่วไป แต่รถยนต์ไฟฟ้าจะประหยัดกว่าในระยะยาว โดยเมื่อคำนวณค่าเชื้อเพลิงตามระยะทางการวิ่งต่อกิโลเมตรพบว่าถูกกว่ารถที่ใช้น้ำมัน 5-10 เท่า เนื่องจากเป็นรถที่ผลิตในไทยจึงทำให้ราคาไม่แพงมากนักและตอนนี้มีสถานีชาร์จที่ติดตั้งแล้วเสร็จไปกว่า 100 จุดแล้ว และคาดว่าน่าจะบรรลุเป้าหมายถึง 1000 แห่งได้ภายในสินปีนี้